|
| คุณค่าของชาเขียวที่ทำจากใบหม่อน |
มนุษย์เรารู้จักการดื่มชาจากใบชาจีนมาเป็นเวลาหลายพันปี แต่ใบชาจีนปัจจุบัน มีแหล่งปลูกหลายแหล่งที่กระจายอยู่ทั่วโลกปจึงไม่สามารถควบคุมคุณ
ภาพได้ โดยเฉพาะสารอันตรายในยาฆ่าแมลงได้ปนเปื้อนอยู่ในใบชา ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพเป็นอย่างยิ่งในกรณีที่ต้องดื่มชาจีนเป็นประจำ จึงมีการ
คิดค้นนำใบหม่อนที่ใช้เลี้ยงตัวไหมมาทำชา ซึ่งมีรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการเทียบเท่าชาจากใบชาจีน ที่สำคัญใบหม่อนไม่มียาฆ่าแมลงปนเปื้อน
อย่างเด็ดขาด เพราะถ้ามียาฆ่าแมลงปนเปื้อนแม้เพียงเล็กน้อย ก็จะไม่สามารถนำไปเลี้ยงตัวไหมได้ จากการวิจัยพบว่า ถ้ามีการฉีดยาฆ่าแมลง ในรัศมี 1
กิโลเมตร ที่ห่างจากต้นหม่อน ใบหม่อนจะนำมาเลี้ยงตัวไหมไม่ได้เลย ฉะนั้นการทำชาจากใบหม่อน จึงรับประกันคุณภาพได้ว่า จะไม่มีสารยาฆ่าแมลง
และยาฆ่าหญ้าตกค้างอยู่อย่างแน่นอน ยิ่งกว่านั้นชาใบหม่อนยังไม่มีสารเทนนิน ที่ทำให้ท้องผูกและสารคาเฟอีนที่เป็นสารเสพย์ติด การดื่มชาหม่อน จึง
ปลอดภัยทั้งเด็กและผู้ใหญ่ จากการวิเคราะห์ทางเภสัชวิทยามนุษย์ควรดื่มชาใบหม่อนเป็นประจำเพราะจะได้ แร่ธาตุวิตามิน และกรดอะมิโนต่างๆดังนี้ |
| แร่ธาตุ |
ชาที่ทำจากใบหม่อนพบว่ามีแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์หลายชนิด จากการทดลอง มีการสุ่มวิเคราะห์แร่ธาตุที่มีเป็นจำนวนมากในร่างกาย
เช่น แคลเซียม โปรแตสเซียมโซเดียมและแมกนีเซียม จากทั้งหมด 7 ชนิด โดยอีก 3 ชนิดที่ยังไม่ได้วิเคราะห์ คือ ฟอสฟอรัส กำมะถัน และคลอรีน พบว่า
1 แคลเซียม เป็นแร่ธาตุที่สำคัญในการสร้างกระดูกและฟัน และปริมาณมากสุดในร่างกาย ในชาใบหม่อน( ทั้ง ชาเขียว ชาฝรั่ง และ ชาจีน ) มีปริมาณ
แคลเซียมใกล้เคียงกัน เฉลี่ย 2,461.1 มิลลิกรัม/100 กรัม ในขณะที่ความต้องการใช้แคลเซียมของผู้ใหญ่อยู่ ที่ระดับ 400 - 500 มิลลิกรัม/วัน ดังนั้น
แคลเซียมในชาหม่อนจึงมีปริมาณสูงมาก
2 โปแตสเซียม เป็นแร่ธาตุที่พบอยู่ในของเหลวภายในเซลล์ต่างๆ มีหน้าที่ควบคุมความสมดุลย์ของน้ำภายในเซลล์และอื่นๆ โดยเฉลี่ยในใบหม่อนที่นำ
มาทำชาชนิดต่างๆ จะมีโปแตสเซียม 2.195 มิลลิกรัม / 100 กรัม ขณะที่ร่างกายต้องการวันละ 2,000 - 6,000 มิลลิกรัม
3. โซเดียม เป็นแร่ธาตุที่พบอยู่ในของเหลวภายนอกเซลล์ มีหน้าที่ควบคุมภาวะสมดุลย์ของกรด ด่าง และปริมาณน้ำในของเหลวในชาหม่อนชนิดต่างๆ
จะพบโซเดียม ปริมาณที่ใกล้เคียงกัน เฉลี่ย 58.9 มิลลิกรัม/100 กรัม แต่ร่างกายของผู้ใหญ่ ต้องการ โซเดียมวันละ 2,000 - 5,000 กรัม ดังนั้น
โซเดียมในชาใบหม่อนจึงมีปริมาณน้อยมาก
4. แมกนีเซียม เป็นแร่ธาตุส่วนประกอบของคลอโรฟิลในพืช ในร่างกายคนพบเป็นส่วนประกอบของกระดูก มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของหัวใจ
กล้ามเนื้อและเซลล์ประสาท ในชาหม่อนชนิดต่างๆ พบแมกนีเซียม ระดับใกล้เคียงกันมาก เฉลี่ย 407.5 มิลลิกรัม / 100 กรัม ในแต่ละวันร่างกายต้อง
การแมกนีเซียม 300-500 มิลลิกรัม ดังนั้นในชาใบหม่อนจึงมีปริมาณแมกนีเซียมสูง นอกจากนั้นในแร่ธาตุที่มีเป็นจำนวนน้อยในร่างกายและทราบหน้า
ที่อยู่แล้วมีอยู่ 10 ชนิด ได้แก่ เหล็ก สังกะสี ทองแดง ฟลูออไรด์ ไอโอดีน แมงกานีส โคบอลท์ โมลิบดินั่ม ซิลีเนียม และ โครเมียม มีการนำชาใบหม่อน
ไปสุ่มวิเคราะห์เพียง 2 ธาตุเท่านั้น คือ เหล็กและสังกะสี
5. เหล็ก เป็นแร่ธาตุที่พบในฮีโมโกลบิน (hemoglolbin) และกล้ามเนื้อที่มีสีแดง ในเลือด 100 ซีซี จะมีเหล็กประมาณ 40 มิลลิกรัม ในชาใบหม่อน
พบเหล็กในปริมาณน้อย เพียง 20.2 มิลลิกรัม/100 กรัม แต่ร่างกายของคนต้องการเพียงวันละ 10 - 12 มิลลิกรัม อย่างไรก็ตาม จากการวิเคราะห์
ทางการแพทย์พบว่า เหล็กที่ได้จากพืชจะดูดซึมเข้าร่างกายได้น้อยกว่า เหล็กที่ได้จากสัตว์ซึ่งปกติจะดูดซึมได้ เพียง 2 - 10 % เท่านั้น
6. สังกะสี เป็นแร่ธาตุที่พบมากที่ ตา กระดูก ผม ต่อมลูกหมาก และในเลือดเป็นส่วนประกอบของโมเลกุลในเอนไซม์หลายชนิด ในชาใบหม่อนพบสัง
กะสีเฉลี่ย 1.7 มิลลิกรัม/100 กรัม ในขณะที่ร่างกายต้องการประมาณ วันละ 10 - 15 มิลลิกรัม/วัน จึงนับว่า ใบหม่อนมีสังกะสีน้อยมาก |
| วิตามิน |
จากการที่ใบหม่อนใช้เป็นพืชสมุนไพร ใบนำมาต้มดื่ม แก้ตาแดง ตาฝ้าฟาง บำรุงสายตา จึงสุ่มวิเคราะห์ วิตามินเอ และ วิตามินอื่นๆ อีก 3 ชนิด คือ
วิตามิน บี1 บี2 และ ซี
1. วิตามินเอ ในใบหม่อนที่นำมาทำชาเขียว พบวิตามินเอ 24.53 IU/100 กรัม ทั้งที่ผักใบเขียวต่างๆ จะมีวิตามินเอ เฉลี่ย 7,870 IU /100 กรัม
ทั้งนี้อาจเนื่องมาจาก วิตามินเอ จะสูญเสียไป เนื่องจากการถูกออกซิไดซ ์ โดยอากาศในกระบวนการผลิตชาเขียว จึงควรนำใบหม่อนสดมาวิเคราะห์
หาปริมาณวิตามินเอ เพื่อการเปรียบเทียบ ร่างกายคนต้องการ วิตามินเอ ประมาณวันละ 4,000 - 5,000 IU
2. วิตามินบี 1 ใบหม่อนที่นำมาทำชาเขียวพบวิตามินบี 1 เฉลี่ย 1.22 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ในข้าวมี 18.4 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ซึ่งมากกว่าที่พบในชา
ใบหม่อนประมาณ 10 เท่า การขาดวิตามินบี 1 จะทำให้เกิดโรคเหน็บชา ร่างกายคนต้องการวิตามินบี 1 ประมาณ 1.0 - 1.5 มิลลิกรัม
3. วิตามินบี 2 ใบหม่อนที่นำมาทำชาเขียวพบว่ามีวิตามินบี 2 4.49 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ซึ่งพบมากกว่าในถั่วลิสง ผักโขม ที่มีเพียง 3.1 และ 2.0
มิลลิกรัม/กิโลกรัม การขาด วิตามินบี 2 อาจทำให้เป็นโรคปากนกกระจอก และระคายเคืองนัยน์ตา ร่างกายต้องการวิตามินบี 2 ประมาณวันละ
1.1 - 1.6 มิลลิกรัม
4. วิตามินซี ในใบหม่อนที่นำมาทำชาเขียวพบวิตามินซี เฉลี่ย 15.73 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ซึ่งพบว่ามีน้อยกว่าผักและผลไม้อื่นๆ อาทิกะหล่ำปลี มีถึง
470 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ร่างกาย ต้องการวิตามินซี ประมาณวันละ 45 มิลลิกรัมการขาดวิตามินซีทำให้ เกิดโรคลักปิดลักเปิด
|
| กรดอะมิโน |
ในชาหม่อนที่ผ่านกระบวนการทำชาจากโรงงานและแบบครัวเรือนทั้งชาเขียวและชาฝรั่ง พบกรดอะมีโนซึ่งเป็นส่วนประกอบของโปรตีนจำนวน 18
ชนิด จากกรดอะมิโนที่มีอยู่ทั้งหมด 22 ชนิดและกรดอะมิโน ที่จำเป็นสำหรับร่างกายมีทั้งหมด 10 ชนิด คือ ไอโซลูซีน (isoleucine), ลูซีน
(leucine) ,เมไธโอนีน(methionine), ซิสตีน( cystione), ฟินิลอะลานีน (phenylalanine), ไธโรซีน (tyrosine),ธรีโอนีน (threonine),
ทริพโตเฟน (tryptophan), ไลซีน (lysine), และวาลีน (valine)พบในชาหม่อนทั้งหมด ปริมาณ (เฉลี่ย) 823, 1,644, 167, 58, 1,028, 608,
871,170, 1,094, และ 1,050 มิลลิกรัม/100 กรัม ในขณะที่แต่ละวัน ร่างกายของคนปกติที่มีน้ำหนัก 50กิโลกรัม มีความต้องการกรดอะมิโนเหล่า
นี้เป็นปริมาณของไอโซลูซีน 600 มิลลิกรัม, ลูซีน 800 มิลลิกรัม,เมไธโอนีนและ ซีสตีน 500 มิลลิกรัม ฟินิล อะลา นีนและ ไทโรซีน 800 มิลลิกรัม,
ธรีโอนิน 400 มิลลิกรัม,ทริพโตเฟน 150 มิลลิกรัม, ไลซีน 600 มิลลิกรัม และ วาลิน 700 มิลลิกรัม นอกจาก นี้ยังพบกรดอะมิโนที่จำเป็นสำหรับ
เด็กทารก อีก 2 ชนิดคือ อาร์จีนิน (Arginine), ฮีสติดีน (Histidine), ปริมาณ 1,034 และ436 มิลลิกรัม/100 กรัม อย่างไรก็ตาม ปริมาณกรด
อะมิโนจะพบในเนื้อสัตว์มากกว่าพืชแต่หม่อนเป็นพืชที่มีปริมาณโปรตีนในใบสูง 22.6% จึงเป็นไปได้ที่จะใช้เป็นอาหารของคนและ สัตว์เลี้ยงได้ |
|
|
|
|
| กรดอะมิโน (amino acids) ในชาจากใบหม่อน |
| กรดอะมิโน (มก. / 100 กรัม) |
ปริมาณเฉลี่ย |
| 1. อาร์จินีน(Arginine) |
1,034 |
| 2. ฮีสติดีน(Histidine) |
436 |
| 3. ไอโซลูซีน(Isoleucine) |
823 |
| 4. ลูซีน(Leucine) |
1,644 |
| 5. เมไธโอนีน(Methionine) |
167 |
| 6. ซีสตีน (Cystine) |
58 |
| 7. ฟินิลอะลานีน (Phenylalanine) |
1,028 |
| 8.ไทโรซีน (Tyrosine) |
608 |
| 9. ธรีโอนีน (Threonine) |
971 |
| 10.ทริพโตเฟน (Tryptophan) |
170 |
| 11. ไลซีน (Lysine) |
1,094 |
| 12. วาลีน (Valine) |
1,050 |
| 13. อะลานีน (Alanine) |
1,169 |
| 14. กลัยซีน (Glycine) |
1,047 |
| 15. กรดแอสปาร์ติค (Aspartic acid) |
2,028 |
| 16. กรดกลูตามิค (Glutarnic acid) |
2,402 |
| 17.โพรลีน (Proline) |
941 |
| 18. เซรีน (Serine) |
856 |
|
| แร่ธาตุและวิตามิน ในชาจากใบหม่อน |
| แร่ธาตุ |
ปริมาณเฉลี่ย |
| 1. แคลเซียม (มก./100 ก.) |
461.1 |
| 2. โปแตสเซียม (มก./100 ก.) |
2,195.3 |
| 3. โซเดียม (มก./100 ก.) |
58.9 |
| 4. แมกนีเซียม (มก./100 ก.) |
407.5 |
| 5. เหล็ก (มก./100ก.) |
20.2 |
| 6. สังกะสี (มก./100ก.) |
1.7 |
| วิตามิน |
| 1. วิตามินเอ (IU/100ก.) |
29.50 |
| 2. วิตามินบี 1 (มก./กก.) |
1.22 |
| 3. วิตามินบี 2 (มก./กก.) |
4.49 |
| 4. วิตามินซี (มก./กก.) |
15.73 |
| ที่มา : |
1. ศูนย์ทดสอบ สำนักมาตรฐานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมวิเคราะห์คุณลักษณะ
ชาหม่อนแบบโรงงาน |
| 2. สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม วิเคราะห์ชาหม่อนแบบครัวเรือน |
3. ศูนย์ทดสอบและมาตรวิทยาสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
วิเคราะห์วิตามินและกรดอะมิโน |
|
|
|
|
Enet Globe Co.,Ltd.
794 7th Fl., Thairuamtoon Bldg., Krungkasem Rd.,Pomprab, Bangkok 10100 ThailandTel. +66 02 6281686 or 02 6282580 till 2 Fax. +66 02 2812540
|
|
|